4 ปีครึ่งผ่านไป...

posted on 12 May 2008 18:25 by chan15  in Diary

หลังจากที่ศึกษาในวิทยาลัยมิชชั่นเป็นเวลา 4 ปีครึ่ง และแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (11 พ.ค.) ก็เป็นวันรับปริญญาครับ

นี่คือโบสถ์ของวิทยาลัย ซึ่งว่ากันว่าเป็น "อาคารอาคารแรกที่วิทยาลัยแห่งนี้สร้างขึ้น" ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางวิทยาลัย

หลังจากที่เรียนจบ ม. 6 สายวิทย์-คณิตแล้วผมก็ได้ค้นพบตัวเอง ... เกรดเฉลี่ยวิชาวิทย์-คณิตย่อบแย่บเหลือเกิน ........ ที่พอเชิดหน้าชูตาได้บ้างคือ "วิชาภาษาอังกฤษ" ก็เลยคิดได้ว่าถ้าเรียนอังกฤษคงจะรุ่ง (กว่าเรียนทางวิทย์) เป็นแน่แท้ จึงเบนเข็มชีวิตมาเอาดีทางด้านภาษาแทน

ผมได้พยายามเสาะหาสถาบันในระดับอุดมศึกษาที่เปิดสอนคณะที่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ ... และแล้วผมก็ได้เจอกับ "วิทยาลัยมิชชั่น" ผมรู้จักกับวิทยลัยนี้จากคำบอกเล่าปากต่อปากของครูและคนในแวดวงการศึกษา (พ่อ-แม่ของผมก็เป็น 1 ในคนในแวดวงดังกล่าว) ก็เลยเกิดความรู้สึกสนใจ ต่อมาก็ตั้งใจว่า จะเข้าเรียนต่อที่นี่ (มิชชั่น) แหละ!! สาเหตุเพราะ

1. ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ
2.  ใกล้บ้าน

และแล้วก็ได้สมัครเข้าเรียนในวิทยาลัยแห่งนี้ ตอนที่เข้ามาใหม่ๆ จำได้ว่า สิ่งแรกที่จะต้องผจญคือ .... การสอบ IELTS ครับ ซึ่งต้องพยายามอยู่นานเหมือนกันกว่าจะสอบผ่าน จนได้เข้ามาเรียนคณะ Arts and Humanities สาขาวิชา English Language ในที่สุด

ที่นี่มีอุปสรรคให้ผจญมากมายหลายอย่าง อย่างแรกคือ วิชาเรียนทุกวิชาที่เป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ แล้วปกติวิชาเรียนในปีแรกทุกคณะจะเรียนเหมือนกัน ที่นี่ก็ใช่ แต่วิชาที่เรียนไม่ใช่มีแค่คณิตหรือวิทย์ ... แต่ยังมีวิชาจำพวก Man in Quest for Roots (มนุษย์มาจากไหน), Man and His Destiny (มนุษย์ตายแล้วไปไหน) ฯลฯ เล่นเอาผมเหวอไปเหมือนกันในตอนแรก แต่แล้วก็ค่อยๆ ปรับตัวได้ในที่สุด..............ปัญหาใหญ่อีกอันคือ อาหาร และบรรยากาศที่แสนจะวังเวง ... อาหารที่โรงอาหารเป็นอาหารมังสวิรัติที่ "ไม่อร่อย!!!!" และซ้ำซากเหมือนกันทุกอาทิตย์ ... ยิ่งถ้าเป็นอาหารเย็น (ซึ่งเป็นเวลาที่อาจารย์จะกลับไปทานอาหารที่บ้านตัวเอง) ล่ะก็ ..... รายการอาหารซ้ำกัน "ทุกวัน!" ครับ (โอ้กกกกก!!) และวิทยาลัยแห่งนี้ไม่มีรถเมล์ผ่าน การที่จะออกไปข้างนอกช่างยากลำบากเหลือ แทบจะไม่ได้ตามข่าวสารเพราะไม่มีทีวี (หนังสือพิมพ์ก็แย่งกันอ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตาร์ซอคเกอร์ที่ต้องจองคิว)

แต่ถึงยังไงก็ตาม มีข้อเสียก็ต้องมีข้อดี ... ต้องยอมรับว่าการสอนที่นี่มีคุณภาพจริงๆ ครับ ....... ตอนมาใหม่ๆ ผมพูดภาษาอังกฤษไม่เป็นเลย (กว่าจะพูด How are you? ได้ยังต้องอ้ำอึ้งอยู่ตั้งนานกว่าจะพูดออกมา เพราะอาย ไม่กล้า) แต่การที่ได้อยู่ทั้งในและนอกห้องเรียนกับนักศึกษาจาก 40 ชาติทำให้ได้ฝึกการพูดภาษาอังกฤษตลอดเวลา แล้วก็วิชาเรียนนี่ครบเครื่องจริงๆ มีทั้ง การเขียน, การอ่าน, วรรณคดี, การเขียนข่าว, การสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ฯลฯ .................และที่ประทับใจมากๆ อีกอันคือ ... นักเรียน + ครูอาจารย์ที่นี่ "ดี" จริงๆ ครับ เราสามารถที่จะคุยกับนักเรียนคนไหนก็ได้ ซึ่งเกือบทุกคน (ประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์ละกัน) เป็นมิตร ไม่มีการแบ่งแก๊ง แบ่งพรรคแบ่งพวก, ครูอาจารย์ทุกคนพร้อมที่จะให้คำปรึกษาและช่วยเหลือนักเรียนเป็นอย่างดี ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่ Please เฉพาะแค่เด็กเรียนเก่ง

หลังจากที่เวลาผ่านไป 4 ปีครึ่ง (สิงหาคม 2003 - ธันวาคม 2007) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผมก็ได้เข้ารับ     ประทานปริญญาบัตรเป็นที่เรียบร้อย ..... ตอนนี้ก็กลายเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว ได้ออกมาสู่สังคมภายนอกอย่างเต็มภาคภูมิแล้ว (ตอนนี้มีจ๊อบพิเศษทำตอนเสาร์-อาทิตย์แล้ว ส่วนงานประจำก็หากันต่อปายยยยยยยย ^____^;)

บ๊ายบายวิทยาลัยมิชชั่น คิดว่าสักวันหนึ่งคงจะได้กลับไปเยี่ยมอีก

นี่คือรูปนักศึกษาที่จบการศึกษาประจำปีการศึกษานี้ (เป็นส่วนหนึ่งจากจำนวน 150 คน)

ป.ล.

1. รูปนักศึกษาข้างบนนี้เป็นรูปที่แปะไว้ที่สูจิบัตร เค้าถ่ายกันตอนปลายๆ เทอม 2 ดังนั้นผมจึงไม่ได้อยู่ในรูป (ผมจบตั้งแต่เทอม 1) ... ต้องขออภัยด้วยที่ Entry นี้ไม่มีรูปของผม T___T  คือผมเองก็ถ่ายรูปเอาไว้อยู่ แต่การเอาลงคอมพ์นั้นไม่ค่อยสะดวก กว่าจะได้โอกาสเอาลงคงนาน เกรงว่ากว่าจะเอารูปลงได้เดี๋ยวเหตุการณ์จะคลายความสดซะก่อน

2. ผมได้รับปริญญาเป็นคนที่ 2 จากจำนวนทั้งหมด 150 คน มีใครได้ดูข่าวในพระราชสำนักบ้าง ผมออกทีวีเกือบทุกช่องเลยนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่อง 9 ออกตอนกำลังรับเลย

3. ตอนที่อยู่วิทยาลัยนี้เป็นอะไรที่เงียบเหงามากกก แต่ยังดีที่ได้ Exteen และเพื่อนๆ ที่มาแวะเวียนมายังบลอคนี้ช่วยคลายเหงา ทุกท่านเป็นส่วนสำคัญมากที่ช่วยผมฝ่าฟันความเหงา + อุปสรรคต่างๆ ได้อย่างราบรื่น ขอขอบคุณทุกท่านครับ __/|\__

edit @ 16 May 2008 16:51:59 by CHAN

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ขอแสดสงความยินดีด้วยที่เรียนจบแล้ว
ต่อไปก็จะต้องไปพจญภัยในการทำงาน
เก็บรูปไว้เว็บไหนก็บอกกันมั่งจะ จะไปเยี่ยมเยีน

ปล.เรามาลุ้นกันดีกว่าว่าผีจะได้2แชมป์รึป่าว
ปล2 ต้องบอกว่าดีใจกะพี่สาวจ้ะ เพราะคนที่แต่งง่ะพี่สาว มะจ้ายnemoเด้อค่าาาาquestion

#1 By Nemo on 2008-05-12 19:21

ดีใจด้วยกับความสำเร็จนะคะ
แต่การจบการศึกษาเป็นเหมือนก้าวแรกนะคะ
ยังต้องก้าวไปอีกไกลในชีวิต
ต้องพบต้องเจออะไรอื่นๆอีกมากมาย
ยังไงก็ขอให้มุ่งมั่นและอดทนต่อไป
ชีวิตจะประสบความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไปค่ะ ขอให้โชคดีbig smile

#2 By eeddy(อี๊ด) on 2008-05-12 19:30

ยินดีด้วยค่ะ

ปล.ไม่ได้ดู..บัณฑิตทางทีวี big smile

#3 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-05-12 20:54

พอจะนึกภาพออกเลยถ้าผมเรียนอังกฤษล้วนๆ
แล้วต้องเรียน Man and His Destiny (มนุษย์ตายแล้วไปไหน)
ด้วยเนี่ย ไม่ใครก็ใครต้องตายกันไปข้างนึงbig smile
ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตเต็มตัวคนใหม่นะคะbig smile

พี่ชอบวิชาคำนวณจึงมาเรียนบัญชี และไม่ถนัดภาษาอังกฤษ แต่ชอบภาษาไทยและศิลป์ ต่างกันซ๊า

ส่วนงานหาต่อไป ขอให้งานที่ตรงใจนะคะ big smile

#5 By ~ N ~ on 2008-05-13 00:34

เ่อ่อออ คิดเหมือน แพนด้า เลยล่ะ sad smile

#6 By riddler on 2008-05-13 07:27

ยินดีด้วยนะคะconfused smile
ยินดีด้วยนะค่ะ
เสียดาย ไม่ค่อยดูทีวี เลยอดเห็นเลย

#8 By ▓▒░ MooChan░▒▓ on 2008-05-13 17:06

เหมือนยืนยันว่าจบจิงแล้วน๊า -- เนอะ


ให้ได้งานประจำเร็วๆนะคะ -- แต่ถ้าที่พิเศษนี่ได้มากก่า
ก้อสั่งพิเศษต่อนะคะ ให้ได้พิเศษๆสมชื่อของมัน double wink

#9 By Am not the supersTaR~* on 2008-05-15 15:28

big smile ก็ดูเคร่งดีนะคะ อาจจะไม่ค่อยครึกครื้นเท่าแถวๆ กทม.
แต่นักศึกษาจบมาspeakไฟแลบ
แถมไปเป็นอาจารย์สอนพิเศษได้ ก็เยี่ยมแล้วค่ะ big smile big smile

#10 By !2know ++ on 2008-05-16 16:59

ปีเดียวกันที่เดียวกันเลย
อยากได้ที่อยู่ชื่อเบอร์โทรรุ่นนี้ทั้งหมดมีมั๊ย

#11 By koy (203.130.131.194) on 2008-05-20 16:18